CBAM’ กดดันเหล็กไทย ส่งออกยาก ใช้กำลังผลิตยังต่ำแค่ 33%

04 กุมภาพันธ์ 2569
CBAM’ กดดันเหล็กไทย ส่งออกยาก ใช้กำลังผลิตยังต่ำแค่ 33%

มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป ทำให้การส่งออกเหล็กของไทยเผชิญความยากลำบากและต้นทุนสูงขึ้น เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบการลดคาร์บอนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

อุตสาหกรรมเหล็กไทยมีการใช้กำลังการผลิตในระดับต่ำมากเพียง 32-33% ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ประมาณ 74-75%

ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมที่เข้มข้นขึ้น เช่น Safeguard และมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Anti-Subsidy) เพื่อกระตุ้นการผลิตในประเทศให้ฟื้นตัว

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก และแกนนำ 10 สมาคมเหล็กซึ่งมีสมาชิกในอุตสาหกรรมและธุรกิจเหล็กกว่า 500 บริษัท เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงผลกระทบของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทยกับมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) ว่า มาตรการดังกล่าวมีการบังคับใช้เฉพาะที่ยุโรป (บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 ม.ค. 69) โดยที่ผ่านมาประเทศไทยมีการส่งออกเหล็กไปยุโรปบ้าง แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ได้มีปริมาณมากเท่าใดนัก

ทั้งนี้ เนื่องจากยุโรปมีการประกาศใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มมากขึ้น (Safeguard) มา 7 ปี เพราะฉะนั้นปริมาณที่ไทยส่งออกส่วนใหญ่ก็คือเพื่อไม่ให้เกินโควต้า ซึ่งจะมีการยกเว้นโควต้าให้สำหรับประเทศกำลังพัฒนา ไทยจึงได้ประโยชน์จากเรื่องดังกล่าวนี้

อย่างไรก็ตาม CBAM จะทำให้ปริมาณที่ไทยส่งออกมีความยากยิ่งขึ้น แต่อุตสาหกรรมเหล็กชั้นนำในประเทศเริ่มทำตามมาตรการแล้ว โดยจะเริ่มที่ Scope 1 หรือการปล่อยคาร์บอนโดยตรง และ Scope 2 คือการใช้พลังงาน ซึ่งอยู่ที่กระบวนการผลิต ยังไม่ครอบคลุมไปถึงวัตถุดิบ

“ถามว่ามาตรการ CBAM กระทบไทยมากไหม คงต้องเรียนว่ายังไม่มากแต่ปัญหาก็คือจะเกิดความล่าช้าเล็กน้อย เพราะกฎหมายการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของไทยยังไม่ออก และที่สำคัญคือผู้ตรวจสอบ (Verifier) ในไทยว่าสามารถลดคาร์บอน Scope 1 หรือ Scope 2 ได้เท่าไหร่ยังไม่มีอย่างเป็นทางการ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

โดยต้องการให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนหาหน่วยงานตรวจสอบในประเทศไทยเพื่อความคล่องตัว เพราะหากต้องไปจ้างยุโรปมาดำเนิการก็จะช้าและสิ้นเปลือง เสมือนเป็นการเพิ่มต้นทุนไปอีกทาง

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล็กไทยก็ปรับตัว และมีการส่งออกไปยุโรปได้ในปริมาณที่ไม่เกินโควต้าตามมาตรการ Safeguard โดยปริมาณตัวเลขที่ส่งออกไปน่าจะอยู่ประมาณหลักหมื่นตันไม่ถึงแสนตัน เพราะประเทศที่รับเหล็กจากไทยมีไม่มาก


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.